กล่องเก็บบทความ
RSS

บทความ

Greeting from Bhatara Progress - คนเก่งจริงจะไม่พ่ายแพ้ต่ออารมณ์

สวัสดี วันปีใหม่ไทย
 

สงกรานต์สรงน้ำพระ            วัฒนธรรมไทยวิจิตรสุดแสน                ทั่วแดนแคว้นไทยเล่นน้ำสงกรานต์             

รดน้ำดำหัวผู้มีคุณเจือจาน                ขอท่านสุขสำราญอายุยืนยาวร้อยร้อยปี.

ฝากรดน้ำดำหัวคุณพ่อคุณแม่ คุณย่า คุณยาย คุณปู่ คุณตา คุณทวด ด้วยนะคะ ขอท่านสุขสำราญอายุยืนยาวร้อยร้อยปี.
 

ทุกปี Greeting ฉบับสงกรานต์จะยาวกว่าฉบับอื่นๆ ด้วยเป็น ‘วันว่าง’ ขอท่านได้อ่านให้เป็นที่บรรเจิดแก่อารมณ์
 

คนเก่งจริงจะไม่พ่ายแพ้ต่ออารมณ์

ยอดฝีมือที่แท้จริงจะไม่เสียเวลาให้กับเรื่องของอารมณ์

เขียนโดย ปรมาจารย์เหมียวเทพกระบี่ (นักจิตวิทยา อาจารย์ นักพูด blogger ชื่อดังของจีน) สนพ วารา ซื้อมาอ่านกันค่ะ

หนังสือเล่มนี้ใช้สรรพนาม ‘คุณ, ตัวคุณเอง’ ดังนั้นอย่าโกรธผู้สรุปนะคะถ้ามีเรื่อง ‘อ้าว เฮ้ย’ หนังสือชี้ให้เห็นว่า คุณควรจะหยุดกล่าวโทษผู้อื่น หยุดลงโทษตัวเอง หยุด ‘ความรู้สึกพยายาม’ หยุดหลบเลี่ยงอารมณ์ความรู้สึกจริงๆ ของตนเอง หยุดสร้างเรื่องลวงตัวเอง หยุดหลอกตัวเองด้วย quote และ เม้นท์ ซุปไก่ (คำพูดที่ทำให้ผู้เม้นท์ดูดี แต่ fake เฝือ) แต่ให้รับรู้และแสดงอารมณ์ตามสมควรและชาญฉลาด

หยุดลงโทษผู้อื่น เช่น เขาแย่จังฉันดีกับเขาแต่เขายังมาทำร้ายฉัน .... เหตุเหล่านี้เป็นเพราะเรามีความเข้าใจผิดว่าเมื่อเราเป็นคนน่ารัก ทุกคนต้องน่ารักกับเรา เราเข้าใจผิดว่าความสัมพันธ์ที่ดีต้องเกิดจากความชื่นชม ไม่ตำหนิกัน ไม่ประหารกันด้วยคำพูดและอารมณ์ แต่ในเชิงจิตวิทยาพบว่า การสื่อสารแบบไม่ใส่อารมณ์ยิ่งเป็นเหตุให้เกิดความไม่เข้าใจกัน และล้ำเส้นกันมากยิ่งขึ้น การไม่ใส่อารมณ์หลายครั้งหมายถึงไร้ความรู้สึก ตัดความสนใจ หลีกให้ไกลการรับรู้เพื่อจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบ หรือบางคนเป็น ‘คนในสูตร’ ‘มีขอบเขต’ ปกปิด ควบคุมอารมณ์ สีหน้า เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ รักษาสถานะ แต่ในที่สุดเขาคนนั้นทั้งโดดเดี่ยว และเจ็บปวดอยู่กับตัวเอง

ผู้มีความฉลาดทางอารมณ์อย่างแท้จริงจะไม่เอ่ยคำพูดเย็นชา ไม่พูดแต่คำหวานหู ไม่พูดแทงใจผู้อื่น การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่ขั้นตอนที่ค่อยๆ กลายมาเป็นเงียบขรึม หรือใช้เสียงข่ม สิ่งที่คุณต้องทำไม่ใช่พูดจาจริงใจแต่ขัดหูคนฟัง และยิ่งไม่ควรหุบปากเงียบ แต่ควรเรียนรู้ว่าจะแสดงอารมณ์ของตัวเองออกมาอย่างถูกต้อง

ในทางจิตวิทยาการสะกดกลั้นความโกรธ ความไม่พอใจ จะกลายเป็นพลังงานเชิงลบหากไม่ถูกแก้ไขอย่างทันเวลา ผู้สูงวัยที่เก็บกดความไม่พอใจลูกหลานก็มักมีเรื่องกับผู้ให้บริการสาธารณะ สามี / ภรรยา ที่ฝืนความไม่พอใจความโกรธ จะรู้สึกว่าไม่มีเรื่องใดที่น่าพอใจ คนแต่ละคนก็น่าเบื่อ ซึ่งความรู้สึกนี้มีพลังทำลายล้างสูงมาก ต้องอยู่ห่างๆ คนที่รู้สึกเช่นนี้

คนที่จิตใจแข็งแกร่ง (ผู้แข็งแกร่ง หมายถึง ไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณจะร้ายจะดี ก็ไม่สั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อศีลธรรม และความอ่อนโยนของคุณ) อย่างแท้จริงจะเป็นเพื่อนกับอารมณ์ คุณจึงควรเรียนรู้ที่จะแสดงความโกรธออกมาอย่างถูกวิธี ซึ่งมี 3 วิธี

  1. เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่กดขี่และทำร้าย “เมื่อผู้กล้าโกรธจะชักดาบเข้าใส่ผู้ที่แข็งแกร่งกว่า เมื่อคนขี้ขลาดโกรธจะชักดาบเข้าใส่คนที่อ่อนแอกว่า”
  2. อย่าโจมตีอีกฝ่ายทันที การแสดงความโกรธอย่างเดียวคือการดื่มยาพิษดับกระหาย แสดงออกว่าโกรธก็เพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่เพื่อระบายอารมณ์ ว่ากันว่า ขงเบ้งเป็นเทพด้านนี้ โกรธตามท้องเรื่องในขณะที่มอบพื้นที่ให้อีกฝ่ายได้แก้ไข
  3. สาเหตุสำคัญที่สุดที่คนเราโกรธ คือ ทำไมเขาต้องทำแบบนี้กับฉัน – ไม่ต้องคิด ไม่จำเป็นต้องรู้เหตุผล เพราะไม่มีใครมีหน้าที่มาอธิบายให้คุณฟัง

ดราม่าร้องไห้ ตะโกนเสียงดัง หรือ เพิกเฉยมิทำการใดอย่างเหมาะสมทั้งๆ ที่รู้ คือการกระทำของคนอ่อนแอ เงียบขรึมและลงมือทำคือท่าทีของผู้แข็งแกร่ง

“มองดูเหมือนคุณเก่งกาจมาก ดังนั้นจึงไม่ประสบความสำเร็จสักอย่าง” 

คุณยังต้องถูก ความรู้สึกพยายาม’ หลอกลวงไปอีกนานแค่ไหน ความรู้สึกพยายามของคุณเป็นตัวสังหารความสำเร็จของคุณ เอ๊ะ ยังไงกัน ..... เมื่อออเจ้านางหนึ่งเขียนแผนชีวิตว่า ต่อไปนี้นางจะไม่เข้าเวยโป๋ (เหมือน FB) 2 เดือน วิ่งทุกวันตอนเช้า ควบคุมน้ำหนัก เขียนวิทยานิพนธ์ให้จบ ไม่ฟุ่มเฟือย – ปรมาจารย์เหมียวฯ ก็ติดตามเธอ ปรากฏว่าอัตราการเข้าเล่นเวยโป๋ของเธอหนักกว่าเดิม เธอวิ่งได้ในสัปดาห์แรก แต่ใช้เวลาพัก 1 เดือน กินข้าวน้อยลงแต่กินมันฝรั่งเพิ่ม เมื่อผลออกมาเธอไม่สามารถทำได้ตามเป้า เพื่อนส่วนใหญ่ก็ไปเมนท์ ‘ซุปไก่’‘ความเพียรอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น’ ‘ช่างมันเหอะ’ ‘มีอะไรน่าทำกว่านี้อีกเยอะ’‘เพื่อนทำดีที่สุดแล้วจ๊ะ รักจ๊ะ’ (กระโถนด่วนจร้า) ส่วนออเจ้านางนี้ เธอโพสท์ว่า ‘อย่างน้อยฉันก็เคยพยายาม! ต่อให้ฉันทำตามเป้าหมายที่คาดหวังไว้ไม่ได้ ฉันก็ไม่รู้สึกเสียใจ’ ปรมาจารย์เหมียวฯ  เมนท์ว่า “คุณยังต้องถูก ความรู้สึกพยายาม หลอกลวงไปอีกนานเท่าไหร่” พร้อมเตือนเธอว่า “หากความพยายามของคุณไม่ได้ผลลัพธ์ ก็หมายความว่าวิธีการของคุณไม่ถูกต้อง” “ไม่ต้องเสียใจ แต่ก็ต้องไม่ภาคภูมิ”

ผู้เขียนยังเล่าถึง นักศึกษาสาวซึ่งโพสท์ว่าวันนี้ช่วงบ่ายเธอฝืนใจไม่เที่ยว เพื่อจะเขียนงาน ในที่สุดเธอเขียนได้ 1 บท 2000 ตัวอักษร เธอรู้สึกพึงพอใจมากกับ ความรู้สึกพยายาม นี้เธอจึงต้องใช้เวลาในการผ่อนคลายสักหน่อย เธอจึงออกเที่ยวทั้งวัน และใช้อีกวันในการปรับอารมณ์ ล่วงเข้าวันที่ 3 ถึงได้เริ่มทำงานต่อ   ..... คุณว่า?....... เรื่องความขี้เกียจ ทุกคนล้วนมีความเป็น ‘เจ้าแผนการ’ อิอิ

ต้องพยายามไม่ใช่มุทะลุบุ่มบ่าม หากความพยายามของคุณทำให้คุณพุ่งชนกำแพงอยู่เสมอ คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทาง คุณไม่จำเป็นต้องสนใจ ‘อายุน้อยร้อยล้าน’ ‘net idol ผู้สำเร็จชั่วข้ามคืน’ ขอแค่มีความพยายามอย่างแท้จริง ไม่ใช่ความรู้สึกพยายาม หรือความยืนหยัดอย่างโง่เขลาของกระทงนายนี้ คุณเสี่ยววายประกาศว่า ขอแค่เขายืนหยัดเขียนทุกวันตลอด 365 วัน เขาย่อมจะได้เป็นผู้นำวงการวรรณกรรม เหมือนกับนายกัวจิ้งหมิง เมื่อเขาโพสท์งานเขียนของตัวเองไปกว่า 50 วัน เขาหยุดโพสท์งานเขียนของเขา ปรมาจารย์เหมียวฯ จึงถามไถ่เขาไป คำตอบที่ได้คือ ‘เหนื่อยแล้ว ไม่อยากทำต่ออีกแล้ว’

ปรมาจารย์เหมียวฯ ชำแหละงานเขียนของคุณเสี่ยววายว่า บทเขียนของเขาอิงประสบการณ์ของตัวเองมากกว่าผู้อ่าน ซับซ้อน แบ่งประเด็นย่อยๆ มากเกินไป ซึ่งคุณเสี่ยววายไม่เคยสนใจเรียนรู้ และแก้ไข เอาแต่จะยืนหยัดเขียนตามวิธีของเขาต่อไป

โดยทฤษฎีคนเรามักจะยืนหยัดในความคิด วิธีการของตน เพราะต้องการรักษาหน้า รักษาอัตตา โปรดหยุดความพยายามที่ไร้ผล เพราะมันจะดูดเอาความตั้งใจของคุณให้เหือดแห้ง แม้คุณเสี่ยววายจะย้ำว่าเขาไม่สนใจจำนวนคนอ่าน แต่ในใจเขาก็หวังว่าผลงานของตัวเองจะได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย ยิ่งเขาไม่กล้ายอมรับความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง ยิ่งเขาฝืนให้ตัวเองเลิกสนใจจำนวนผู้อ่าน แต่ไปยืนหยัดเขียนผลงานให้มากขึ้น เขาก็ยิ่งคาดหวังว่าผลงานชิ้นต่อไปจะฮอตฮิตขึ้น เมื่อผลงานของเขายังคงถูกปฏิเสธ ความตั้งใจของเขาเริ่มพังทลาย

ความพยายามจำเป็นต้องหลอมรวมกับเชื้อเพลิงของจิตวิญญาณ ความสำเร็จของงานเพิ่มความกระตือรือร้นในการสร้างสรรค์ผลงาน ทำให้ยืนหยัดที่จะสร้างผลงานต่อไป แต่หากทำแล้วไม่สำเร็จ คุณต้องหยุดยืนหยัดวิธีการนั้นๆ แล้ววิเคราะห์ หาวิธีการที่เหมาะสม อย่าเสียเวลาไปยืนหยัดในเรื่องผิดๆ เผชิญหน้ากับจุดอ่อน และความผิดพลาดของตัวเองด้วยการรู้เท่าทันอารมณ์

คนที่มีพยายามอย่างแท้จริงจะไม่มี “ความรู้สึกพยายาม” เขาจะทำเรื่องราวทั้งหมดให้เสร็จตามจังหวะของตนเอง ความพยายามของแท้ คือการกระทำที่เป็นไปโดยอัตโนมัติ มีความสำเร็จเป็นผลพวงที่วัดได้รู้สึกได้อย่างแท้จริง

ปรมาจารย์ด้านอีคิวที่แท้จริง ไม่แพ้ให้กับตัวเองง่ายๆ

คนจำนวนมากพ่ายแพ้ต่อตนเองโดยไม่รู้สึกตัว พ่ายแพ้เพราะความมัวเมาในความเก่งกาจ และความดีของตัวเอง คุณอาจจะปลอบโยนตัวเอง ‘แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร’‘ยังไม่รู้ครบถ้วนผมจึงยังไม่ทำอะไร’‘ไม่แคร์’ ‘ผมหย่อนให้เขา’ ‘มีเรื่องไม่ดีหรอก ยอมๆ กันไป’ จริงๆ แล้วคุณไม่แคร์ คุณยอม คุณคิดว่าทุกการชนะคือการเอารัดเอาเปรียบ? หรือ คุณอ่อนแอเกินไปที่จะยอมรับว่าคุณขาดความตั้งใจ คุณขี้เกียจ คุณไม่ต่อกรกับอุปสรรคที่คุณมโนว่าเท่าขุนเขา คุณขลาดเกินไปที่จะเอ่ยปากกับคนรักของคุณว่า เรียกร้องมากเกินไป คุณอยากปฏิเสธความรักที่ถ้าคุณดูแลฉันฉันจะดูแลคุณ  คุณชอบชีวิตสบายๆ ไม่ต้องรวย ไม่ต้องมีตำแหน่ง ไม่ต้องแข่งขัน เพราะคุณรักชอบแบบนี้จริงๆ จากก้นบึ้งของหัวใจ หรือคุณต้องยอมจำนนกับชีวิตแบบนี้เพราะ ว่าคุณรับแรงกดดันไม่ไหว หรือ ไม่กล้าหวัง หรือ ไม่สามารถจัดการชีวิตตนเองได้?4 อย่างที่คุณต้องเลิกทำ แก้ตัว, ไว้ค่อยพูดกันเถอะ (ทุกเรื่อง ทุกสถานการณ์), การติดฉลาก ‘คนราศีเมษก็เป็นอย่างนี้แหล่ะ’, ฉันทำเต็มที่แล้ว (ก็พอแล้ว).

คนอีคิวสูงจะตามอารมณ์ตัวเองได้ทัน ยอมรับด้วยใจ ปรับปรุงด้วยสติและปัญญา.

เราจะปรับระดับอีคิวไปด้วยกันนะคะ

 

จันทร์ทิพย์ องค์ภัทร

กรรมการ

บริษัท ภัทร โปรเกรส จำกัด

We complete your ART of doing Business.

0 2732 2090, 087 974 5888

Greeting from Bhatara Progress - Tea & True Man

สวัสดีค่ะ

ผ่านกันมาหลายเทศกาลชนิดที่ว่านับกันแทบไม่ถ้วน เหมือนแค่กระพริบตา ก็มาถึงเดือนที่ 3 แล้ว เวลาหมุนเร็วขึ้น? ทุกคนรู้คำตอบ และรู้ด้วยว่าทำไม อุณหภูมิของโลกที่ร้อนขึ้น คงไม่เท่าอุณหภูมิใจ โลกที่ยิ่งใหญ่บัดนี้เล็กแค่ 7”

โลกที่เราเดินทางด้วยคลื่นแทนเท้า โลกที่สมองทำงานแค่กด like/share/emoji โลกที่เรา “รู้สึก” มากกว่า “รู้จริง” โลกที่เรารู้อะไรๆ จาก “เม้นท์” หาใช่การรู้ในหลักการและเหตุผล จึงอยากชวนเพื่อนๆ ห่าง social สักช่วง

ทำตัวนิ่งๆ ทำใจว่างๆ ค่อยๆ เรียนรู้ตัวเอง เรียนรู้จากปราชญ์ตัวจริงอย่างลุ่มลึกเพื่อสร้างศานติภายใน สร้างพลังกาย ใจ สมองด้วยสติปัญญาที่พิสุทธิ์

เรามาดื่มชากัน ข้าน้อยขอรินชา ขอมิตรสหายทำใจว่างๆ ด้วยปราชญ์ท่านกล่าวไว้ เมื่อรินน้ำชาลงถ้วย หาใช่ถ้วยที่รองรับชา แต่เป็นความว่างของถ้วยนั้นต่างหาก  “ปั้นดินขึ้นเป็นภาชนะ ด้วยความว่างเปล่าของภาชนะ ประโยชน์จึงเกิดขึ้น”

“ด้วยใบชา ดวงตาแห่งการตื่นรู้ของท่านโพธิธรรมได้ผสานกับธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ กลายเป็นหนึ่งเดียวในอุ้งมือของท่านแล้ว ขอเชิญดื่มชาถ้วยนี้”

 “ผู้ดื่มชาด้วยดวงตาที่เปิดกว้าง ย่อมรับรู้และสัมผัสความเป็นไปในโลกอย่างตื่นตัวทว่าสงบเสงี่ยม”

ดื่มชาแล้วสดชื่นถึงเวลา สุ จิ ปุ ริ กันค่ะ ในยุคชุนชิว มีการแก่งแย่งชิงดี ลาภ ยศ จึงเกิดสงครามระหว่างแว่นแคว้นมากมาย จั้นกั๋ว จวงจื่อ มองว่านี่ไม่ใช่สาระสำคัญของมนุษย์ จึงได้แถลง “ลักษณ์แห่งมนุษย์ที่แท้” ไว้ว่า

“มนุษย์ที่แท้แต่โบราณไม่ต่อต้านความขัดสน ไม่ลิงโลดยินดีในความมั่งคั่ง และไม่วางแผนการ มนุษย์เยี่ยงนี้อาจกระทำผิดทว่าไม่เศร้าเสียใจ อาจประสบความสำเร็จทว่าไม่ลำพอง

มนุษย์เยี่ยงนี้อาจป่ายปีนสู่ที่สูงชันและไม่หวาดหวั่น อาจโจนสู่นทีและไม่เปียกปอน อาจเข้าสู่กองเพลิงและไม่มอดไหม้ ความรู้ของเขาอาจนำไปสู่มรรคาแห่งเต๋าด้วยอาการดังนี้ 

นี่คือมนุษย์ที่แท้แต่โบราณกาล สูงตระหง่านและไม่อาจอวดโอ่ ยามนุ่มนวลเบิกบานก็แลดูมีความสุข แม้ไม่เต็มใจก็ยังช่วยเหลือกิจการงาน ยามหงุดหงิดรำคาญก็แสดงออกทางสีหน้า

ยามผ่อนคลายก็ผ่อนพักในคุณธรรมของตน อดทนข่มกลั้นจนคล้ายเป็นส่วนหนึ่งของโลก ผงาดเงื้อมจนไม่มีสิ่งใดอาจเหนี่ยวรั้ง ยามปลีกเร้นก็คล้ายดั่งจะตัดขาด ยามครุ่นคิดก็ลืมสิ่งที่ต้องการจะเอ่ยออกมา

ดังนั้นสิ่งที่เขาชอบจึงเป็นหนึ่ง และสิ่งที่ไม่ชอบก็เป็นหนึ่ง ความเป็นหนึ่งของเขานั้นเป็นหนึ่งเดียว และความไม่เป็นหนึ่งของเขานั้นก็เป็นหนึ่งเดียว ในความเป็นหนึ่ง เขาจึงเป็นสหายแห่งฟ้า

ในความไม่เป็นหนึ่ง เขาจึงเป็นสหายแห่งมนุษย์ เมื่อมนุษย์และฟ้าไม่ขัดแย้งต่อสู้กัน เราจึงอาจกล่าวได้ว่ามีมนุษย์ที่แท้” 

ณ บัดนี้ ขอทุกท่านจงหยุดพัก ผ่อนคลายจากถ้อยแถลง จิบชาร้อนๆ จากถ้วย เพื่อรำลึกถึงจอมปราชญ์ ก่อนจะเดินทางสู่ภายในเพื่อหลอมรวมธาตุทั้ง 4 

ข้าน้อยขอรินชา ที่ชงมาอย่างตั้งใจ เป็นของขวัญจากหัวใจ เป็นการหลอมรวมมิตรภาพระหว่างเรา ดั่ง ชา 

ชา คือการหลอมรวมธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ

ดินเปรียบเสมือนฐานรากของสรรพสิ่ง

ดินเก็บรับทุกเรื่องราวไว้อย่างนอบน้อม

ดินโอบอุ้มเมล็ดพันธุ์ให้เติบใหญ่กลายเป็นไม้งาม

ก่อนที่ทุกอย่างจะคืนกลับสู่ดิน

 

น้ำคือองค์ประกอบสำคัญของชีวิต

น้ำหล่อเลี้ยงให้เกิดใบชาบนยอดเขา

น้ำคือความอ่อนน้อมถ่อมตน หากแต่ทรงพลัง

แม้หินผาแข็งแกร่งปานใด ก็มิอาจทนทานพลังแห่งสายน้ำ

 

ลมเคลื่อนที่ไปมาได้อย่างเสรีและรวดเร็ว

ลมไร้รูปลักษณ์และร่องรอย

ลมเป็นองค์ประกอบสำคัญแห่งการเจริญเติบโตของต้นไม้

พลังงานของลมหลอมรวมเข้ากับธาตุอื่น

ก่อให้เกิดความงอกงามแห่งพืชพรรณ

 

ไฟให้ความอบอุ่น เป็นพลังงานสำคัญของชีวิตพืชและสัตว์

ต้นไม้เติบโตขึ้นทุกวันเมื่อมีแสงแดด

ดอกไม้ผลิบานยามเช้า เพื่อรับอรุณรุ่งของวันใหม่

น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ แต่เมื่อน้ำรวมเข้ากับไฟ

กลับกลายเป็นพลังงานสำคัญที่เปลี่ยนแปลงโลก

การดื่มชาเป็นการให้เวลากับตัวเราเอง ได้มีเวลาวินิจวิเคราะห์ถึงความเป็นมนุษย์ที่แท้ ได้เวลาซึมซับคุณสมบัติของดิน น้ำ ลม ไฟ อันเป็นลักษณ์ของมนุษย์ที่แท้

เรามานัดดื่มชากัน วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน ช่วงบ่ายๆ ไหมค่ะ หรือวันแรงงาน เรามาเป็นผู้โอบรับ เป็นลำธารไหลเย็น เป็นสายลมปลอดโปร่ง เป็นไฟอบอุ่น ให้ตัวเอง ให้คนรอบข้าง ให้สังคม ให้โลกนี้กัน

บทความนี้สรุปจากหนังสือ ปัญญา ชา จีน ซึ่งเป็นหนังสือที่ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา สนพ Openbooks ได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาของมหาปราชญ์หลักๆ ของสองสำนักอันยิ่งใหญ่ของจีน (ขงจื่อ และ เต๋า) เป็นหนังสือที่ควรค่าแก่การซื้ออ่าน ซื้อเป็นของขวัญ ดังนั้น ใครตั้งใจจะอ่านแจ้งมาเลยนะคะ ภัทร โปรเกรส ยินดีให้เป็นของขวัญแด่มิตรภาพและชาถ้วยนั้น หนังสือทั้งดี สวย ดีต่อใจ อยากให้ได้อ่านกันค่ะ

เป็นดิน น้ำ ลม ไฟ ให้กันและกันตลอดไปนะคะ

จันทร์ทิพย์ องค์ภัทร

กรรมการ

บริษัท ภัทร โปรเกรส จำกัด

We complete Your Art of doing Business.

0 2732 2090, 087 974 5888

www.bhatarapro.com

FB/Bhataraprogress

Line @bhataraprogress

Greeting from Bhatara Progress - The Question Behind the Question

สวัสดี เดือนแห่งรัก

รักครอบครัวรักเพื่อนรักญาติ               รักธรรมชาติรักป่ารักท้องฟ้า

รักงานรักทะเลรักธารา                      รักเวลารักประเทศรักตัวเอง.

รักที่มีสติปัญญานำทาง ไม่เจือจางด้วยเล่ห์เสน่หา ไม่งมงายไม่ drama ไม่อิจฉา มีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาตามสมควร

เอาหล่ะ กลับมาๆ เข้าเรื่องกัน เดือนนี้เป็นเดือนแห่งรักเรามาสร้างเสริมความรักกัน ด้วยการรู้จักตั้งคำถามอย่างสร้างสรรค์ ไม่ก่อให้เกิดความคิดติดลบ ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ไม่ทำให้ตัวเองและผู้อื่นเป็นเหยื่อ ทำให้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น  - “เปลี่ยนคำถาม ชีวิตเปลี่ยน” The Question Behind the Question “อนาคตจะดีหรือร้าย อยู่ที่ว่า ปัจจุบัน คุณตั้งคำถามกับตัวเองอย่างไร” เขียนโดย John G. Miller แปลโดย พรเลิศ อิฐฐ์ สำนักพิมพ์ WeLearn จัดจำหน่ายโดย อมรินทร์บุ๊ค

Mr. John ได้ยกตัวอย่างคำถามที่เราคุ้นๆ ก้องๆ ในหัวเรา “ทำไมฉันต้องทำ” “ทำไมต้องเป็นฉัน” “ทำไมต้องเกิดกับฉัน” “เขาน่าจะสื่อสารได้รู้เรื่องกว่านี้” “เมื่อไหร่เขาจะเปลี่ยนสักที” “เมื่อไหร่จะมีระบบดีๆ ให้ใช้” “เมื่อไหร่คนอื่นจะทำอย่างที่พูดน่ะ” “เมื่อไหร่จะมีเพื่อนร่วมงาน / หัวหน้า / ลูกน้อง น่ารักๆ มาทำงานด้วย?” ฯลฯ

คำถามเหล่านี้ทำให้เรามักมีปฏิกิริยาตอบสนองในทางลบ ผลลัพธ์จึงมักจะเป็นลบเช่นเดียวกัน เป็นคำถามที่ทำให้ผู้พูดดูเสมือนตกเป็นเหยื่อ ตัวผู้พูดรู้สึกเหมือนไม่มีอำนาจควบคุมใดๆ เลย ผลที่ตามมาก็คือความเครียดอย่างรุนแรง แน่นอน! ไม่มีใครอยากเป็นเหยื่อ ดังนั้นตัวเราเองต้อง “จัดการกำจัดความคิดว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อออกไปจากชีวิต” ตัวเราเองต้องตั้งใจตั้งคำถามที่ดีกว่าเดิม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิมเช่นกัน

หนึ่งในหลักการพื้นฐานของการตั้งคำถามที่ดีกว่า คือ “คำตอบซ่อนอยู่ในคำถาม” ซึ่งมีแนวทางดังนี้

  • ถามว่า “อะไร” หรือ “อย่างไร” (ไม่ใช่ “ทำไม” “เมื่อไหร่” หรือ “ใคร”) <แตกต่างจากการตั้งคำถามของฝ่ายขาย ฝ่ายบริการที่ต้องถามว่า ทำไม เพื่อจะได้เข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร เพื่ออะไร>
  • ใช้คำสรรพนามว่า “ฉัน” (ไม่ใช่ “พวกเขา” “เรา” หรือ “คุณ”)
  • เน้นที่การลงมือทำ

ยกตัวอย่าง “ฉันทำอะไรได้บ้าง” “ฉันจะทำงานของตัวเองให้ดีขึ้นได้อย่างไร” “ฉันจะเข้าใจคุณมากขึ้นได้อย่างไร” “ฉันจะแก้ไขอะไรได้บ้างเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น” “ฉันจะให้การสนับสนุนคนอื่นอย่างไร” 

อย่าถามว่า “เมื่อไหร่” ซึ่งจริงๆ แล้วตัวเรากำลังบอกว่า ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรอและเลื่อนการลงมือทำออกไป ซึ่งนำสู่การผัดวันประกันพรุ่งเพราะ “ผู้อื่น” เช่น “เมื่อไหร่พวกเขาจะจัดการกับปัญหานี้นะ” “เมื่อไหร่เขาจะโทร / email มา update” “เมื่อไหร่จะได้ข้อมูลที่ต้องการ”

ถ้าตัวเราเองเปลี่ยนคำถามเป็น “ฉันจะหาทางออกให้กับปัญหาได้อย่างไรบ้าง” “ฉันจะติดต่อเพื่อ update ข้อมูลได้อย่างไร” “ฉันจะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ได้ข้อมูลมาใช้ในการตัดสินใจ” 

“เมื่อไหร่จะมีเครื่องมือและระบบที่ดีกว่านี้” “เมื่อไหร่จะมีอะไรใหม่ๆ มาบ้าง” ลองเปลี่ยนคำถามเสียใหม่ว่า “ฉันจะประสบความสำเร็จด้วยทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างไร” ในจุดนี้สิ่งที่เราต้องเรียนรู้ คือ การหมกมุ่นกับสิ่งที่เราไม่มีทำให้เสียเวลาและพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ การตั้งเงื่อนไขมากมายล้วนแล้วแต่บั่นทอนความสุข ความสำเร็จ

การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น สดชื่น มีพลัง มีชีวิตชีวา สนุกสนาน เริ่มต้นที่ “ฉัน” เป็นการเปลี่ยนคำถามเพื่อให้ “ฉันเปลี่ยนแปลง” ไม่ใช่ “เขา” แต่ฉันต่างหาก ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงใครได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงเป็นสำนึกรับผิดชอบเฉพาะตัว เป็นเรื่องที่ต้องระเบิดจากข้างใน “ตัวฉัน” เท่านั้น เป็นการตัดสินใจเลือกผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นแบบคาดการณ์ได้ 

เมื่อมีคำถามว่าจะต้องทำอะไรเพื่อให้ประเทศ เพื่อให้องค์กร เพื่อให้ครอบครัวมีความสุข มีความพร้อมสำหรับอนาคต สมองของเราจะพุ่งตรงไปยังคนอื่น ที่อื่นก่อนเสมอ  เปลี่ยนนโยบาย เพิ่มคน คนนั้นคนนี้ต้องไม่ประพฤติแบบนี้ วิธีการนั้นนี้ไม่ดี ฯลฯ (ซึ่งก็เป็นความจริง เป็นหลักการ) แต่สิ่งหนึ่งที่เรามองข้าม คือ ฉัน ดังนั้น การถามว่า อะไร อย่างไร และเติมคำว่า ฉัน ลงไปด้วย จะช่วยให้เราหันกลับมามองตัวเองมากขึ้น และ ฉันคือก้าวแรก เรื่องแรก คนสำคัญที่สุดที่จะสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่า.

“ยิ่งเราโทษผู้อื่นมากเท่าไร ตัวเรายิ่งห่างไกลจากการพัฒนาตัวเอง ห่างไกลจากความสุข ห่างไกลจากคำว่า มิตรภาพ”
 

วันที่ 22 นี้ เราจัดสัมมนาให้ความรู้ How to Increase Business Performance & Detect + Prevent Cybercrime สนใจลงทะเบียนได้เลยค่ะ

Click --> ลงทะเบียน

 

ด้วยรักและผูกพัน

จันทร์ทิพย์ องค์ภัทร

Director

Bhatara Progress Co.,Ltd.

0 2732 2090, 087 9745888

Greeting from Bhatara Progress - ความฝันเป็นของเรา

สวัสดีค่ะ

เราเกิดในรัชกาลที่ ๙


เราต้องดำเนินชีวิตต่อไปในรัชกาลที่ ๑๐
เราต้องให้กำลังพระทัยพระองค์ที่ต้องมารับภาระหนักหน่วงในวัยที่คนทั่วไปเกษียนกันแล้ว เราต้องเป็นพลังแผ่นดิน มั่นในการพัฒนาตนเอง มั่นในการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง มั่นในความเพียรทำดีทำถูกต้อง เพื่อตัวเราเพื่อแผ่นดินไทย
ในช่วงเวลานี้ ภัทร โปรเกรส เอากำลังใจมาฝากทุกคนด้วยเนื้อหาของเพลง “ความฝันเป็นของเรา” เพลงในวิถีเซน จากหนังสือ ก้าวย่างอย่างเซน Zen Lifestyle ภิกษุณีอัมพิกา อัคคชินญาณ เรียบเรียง

เพลงความฝันเป็นของเรา

อยู่บนหนทาง ท่ามกลางคลื่นลม
ถูกพายุ โถมเข้าใส่ ให้มองไม่เห็นทาง
จุดหมายก็ยังไกล และใจ ก็คงจะเหนื่อยล้า
ให้เรามั่นคง โปรดจงมั่นใจ
ออกเดินมุ่งไป ข้างหน้า
เมื่อมองไม่เห็นใคร ให้ฝันได้นำพา
ศรัทธา กับความฝัน ของตน
ฟ้ายังมีทาง หากยัง ไม่ยินยอม พร้อมจะเดินไป ให้สุดขอบฟ้า
กี่ลมฝน ที่เหน็บหนาว กี่พายุ ที่พัดมา แค่เสี้ยวเวลาพิสูจน์ใจ
ให้ความฝันของเรา กับความตั้งใจ
ได้พาข้ามไป ถึงฝั่ง อย่ากลัวจะก้าวเดิน
จุดหมายแม้เลือนลาง แต่ฝันจะยังเป็นของเรา.

เดือนตุลาคม ครอบครัว ภัทร โปรเกรส ได้ร่วมกันทำบุญใหญ่
• เราบริจาคเงิน 200,000.- บาท ให้กับโรงเรียนปัญญาประทีป โรงเรียนวิถีพุทธ ไม่เพียงแค่เรียนวิชาการ แต่เรียนศาสนา และทุกคนต้องทำอาชีพที่พ่อแม่ตนเองทำได้โดยต้องใช้ความรู้ใหม่ๆ ใส่เข้าไป
• เราได้ร่วมส่งเสด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ สู่สวรรคาลัย ในแบบที่ไม่มีใครได้ทำ คือ บริษัทในเครือของ ภัทร โปรเกรส ได้ให้แผ่นเจลลองหัวเข่าสำหรับศาสตราจารย์ นายแพทย์ทั้ง 2 ท่านที่ทำหน้าที่เป็นพระภูษามาลา ประคองพระโกศ Gel นี้ช่วยลดแรงกดทับ
ขอแผ่อานิสงส์ผลบุญนี้เกื้อหนุนให้ทุกคนมีแต่ความสุข ความเจริญ มั่งมีศรีสุข คิดและทำสิ่งดีๆ ใดๆ ก็ตามให้สมหวังดั่งตั้งใจเทอญ.

เราจะอยู่เคียงกันเป็นกำลังใจให้กันและกัน เสมอค่ะ

จันทร์ทิพย์ องค์ภัทร
Director
Bhatara Progress Co.,Ltd.
+662 732 2090, 087 974 5888

Greeting from Bhatara Progress -- ในเวลาที่หม่นเศร้า ชีวิตก็ยังเป็นของเรา

สวัสดีค่ะ Wow เผลอแพร๊บเดียวเดือนสิงหาคม OMG !

12 สิงหาคม วันแม่ วันที่ทำให้เราต้องระลึกว่า ทุกวันคือวันที่เราต้องกตัญญูต่อแม่ เรามีวันนี้ เพราะเรามีแม่คอยอุ้มชูถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดู แม่คือแรงโน้มถ่วงที่ช่วยให้เราขับเคลื่อนชีวิตไปได้แม้ในวันที่เราไร้เรี่ยวแรง

“ในเวลาที่หม่นเศร้า ชีวิตก็ยังเป็นของเรา” เขียนโดยคิมรันโด แปลโดย วิทิยา จันทร์พันธ์ สนพ Springbooks ถ้าใครเป็นแฟน Greeting คงจะจำได้นะ เราอ่านหนังสือของเขามาแล้ว 2 เล่ม “เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด” “พันครั้งที่หวั่นไหว....” และกำลังจะอ่านเล่มที่ 3 ค่ะ คิมรันโด เป็นนักเขียนที่เขียนได้ดีจริงๆ อยากให้อ่านฉบับเต็มกัน ..... ภัทร โปรเกรส จึงจะแจกหนังสือเล่มนี้ 20 เล่ม เพียงแค่คุณเขียน “ชื่นชมและชี้แนะ สำหรับ ภัทร โปรเกรส”

ในวันที่ปีกหักและสิ้นไร้แรงขับเคลื่อน– “แทนที่เราจะหวาดวิตก หรือปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งสู่ความกลัว และความมืดมนของอนาคต ก็จงนึกถึงแรงโน้มถ่วงที่ผู้คนรอบกายดึงดูดตัวเราเอาไว้”

ยานสำรวจอวกาศนิวฮอไรซอนส์ออกเดินทางไปสำรวจดาวพลูโต ใช้เวลาถึง 9 ปี 6 เดือน การที่ยานลำนี้เคลื่อนที่โดยไม่ใช้เชื้อเพลิง แต่ใช้เทคนิคสะวิงบาย (Swing-by) ที่อาศัยแรงโน้มถ่วงจากดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ทำให้เคลื่อนที่ในสภาวะที่ไร้แรงขับด้วยความเร็ว และความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งในชีวิตเราก็ต้องอาศัยเทคนิคสะวิงบายนี้เช่นกัน “แรงขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียวไม่อาจนำพาเรามาได้ไกลขนาดนี้ แต่ความรับผิดชอบ หน้าที่ ความกตัญญู ความรัก และความสนใจ คือแรงโน้มถ่วงของเรากับผู้คนรอบข้างที่ทำให้ร่างกายกับหัวใจในยามสิ้นหวังพอพยุงตัวและเคลื่อนที่ต่อไปได้ ในสภาวะเช่นนี้ ความอดทนคือพลัง เหมือนที่บทสนทนาในเรื่อง “คิงเลียร์” กล่าวว่า “เมื่อเจ้าเกิด เจ้าร้องไห้ จึงต้องอดทน” และในบทกวีโบราณเขียนไว้ว่า “ล้มลงถึงคราวม้วยชีวา ยามสรรพสัตว์เจ็บหนักจึงทนสู้ทรหด”

วิล โรเจอร์ส นักแสดงตลกกล่าวว่า “ความกังวลใจก็เหมือนเก้าอี้โยก มันทำให้คุณเคลื่อนที่ไม่หยุด แต่ก็ไม่ได้พาคุณไปไหน”

Spero Spera = While I breath, I hope= ตราบเท่าที่ยังหายใจ ก็ยังมีความหวัง

หนังสือเรื่อง “ชีวิตไม่ไร้ความหมาย” (Man’s Search for Meaning) เขียนโดย วิกเตอร์ อี ฟรังเคิล ซึ่งรอดตายจากค่ายเอาชวิทซ์ (ค่ายที่สังหารหมู่ชาวยิว ยิปซี และนักโทษอื่นๆ กว่าล้านคน) “ระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองต่อสิ่งเร้ายังพอมีช่องว่างอยู่ และในช่องว่างนั้นเรามีพลังและอิสระภาพมากพอที่จะเลือกการตอบสนองซึ่งความสุข และการเติบโตของพวกเราขึ้นอยู่กับการตอบสนองนั้น”

ถ้าเราอยากมีมัดกล้ามเนื้อ เราต้องฝืนยกน้ำหนักเกินกำลัง ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อเกิดแผลขึ้น หลังจากที่แผลประสานกันจนหายสนิทก็จะเกิดมัดกล้ามสมใจ เช่นเดียวกันหากชีวิตของเราถูกกระตุ้นแล้วฝืนอดทนไว้ท้ายที่สุดก็จะเกิดพลัง เราเรียกว่า “ฮอร์มีซิส” (Hormesis)

ผู้คนส่วนใหญ่คิดว่าเราควรมีชีวิตที่ราบรื่นปราศจากความเครียด แต่จริงๆ แล้วชีวิตควรถูกกระตุ้นอย่างเหมาะสมอยู่เสมอ เรียกว่าความเครียดที่เหมาะสม (Optimum Stress) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการมีชีวิตที่ยั่งยืน มีภูมิคุ้มกัน ไม่ว่าจะมีเรื่องกระทบกระเทือนใจก็สามารถผ่านไปได้ ความเครียดได้มอบพลังให้ชีวิตได้เติบโต

ความพ่ายแพ้อาจหมายถึงการรบแล้วแพ้ แต่ความล้มเหลว หมายถึง การที่เราขี้ขลาด ไม่กล้าออกไปรบ จึงไม่ต้องกลัวความพ่ายแพ้ แต่ก็ไม่มีทางได้ลิ้มรสชัยชนะ ดังนั้นหากไม่อยากจบชีวิตลงเพียงเพราะสิ้นหวังจากความหวาดกลัว ก็จงอย่าท้อแท้ ความล้มเหลวเป็นแค่สิ่งที่เราต้องรับมือให้ได้ ดังภาษิตละติน “หากสายลมไม่นำพา ก็จงออกแรงพายเรือไป”จงเพิ่มพลังให้แก่ความหวัง เพราะความหวังเป็นยากำจัดความสิ้นหวัง

หัวใจร้องถามขึ้นว่า “เธอมีความสุขไหม”

Happiness มีรากศัพท์มาจากคำว่า “hap” แปลว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อย เกิดขึ้นชั่วขณะ เช่น ความอิ่มเอมใจเมื่อเราทุ่มแรงปีนไปถึงยอดเขา แล้วมีสายลมพัดผ่าน เห็นวิวสวย แต่ความสุขนี้ก็เกิดในช่วงเวลาสั้นๆ นักจิตวิทยาได้บ่งชี้ว่า ความทรงจำเลวร้ายจะอยู่กับเราได้ยาวนานกว่าความทรงจำดีๆ โดยธรรมชาติ ความทรงจำไม่ดีทำให้เราตื่นตัว รอดพ้นจากภัยอันตรายได้ และความสุขเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนโดพามีน ซึ่งจะหลั่งเมื่อเจอความแปลกใหม่ เมื่อเริ่มคุ้นชินแล้วก็จะไม่รู้สึกสุขเช่นเดิม (นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องรู้สึก Wow จำได้ใช่ไหมค่ะเมื่อกรกฎาเราอ่านเรื่องนี้กัน)

การที่เราต้องอยู่ตรงข้ามกับความสุขจึงไม่ใช่เรื่องโชคร้าย โดนคำสาป อย่าฝังใจว่าเราต้องมีความสุขเท่านั้น ความสุขไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เรามี แต่มาจากปฏิกิริยาของเรากับสิ่งเหล่านั้น ความสุขจึงไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นแนวทางของชีวิต เพียงทำใจยอมรับว่าชีวิตธรรมดาๆ ก็มีความสุขได้ เราก็จะไม่กดดัน ไม่ทุกข์ “นิพพานแห่งความสุข หรือการยอมรับสิ่งที่เรามีแต่โดยดี”

ชีวิต......การแสดง ที่มีเพียงตัวเราเป็นผู้ชม

ภายในตัวเรามีความหลากหลาย มีบุคลิกที่ซ่อนอยู่ มีทั้งความดี ความไม่ดี ในขณะที่ตัวตนเหล่านั้นกำลังต่อสู้กัน เราเป็นผู้ได้รับสิทธิ์ในการเลือก I am what I’ve chosen ฉันเป็นสิ่งที่ฉันเลือก

ปัญหาคือเราไม่สามารถเลือกสิ่งที่ดีได้ทุกครั้ง เรามักตกหลุมพรางต่อสิ่งยั่วยวน อารมณ์ หรือติดกับความคิดที่ว่า “ถ้าไม่มีสิ่งยั่วยวน สิ่งล่อใจ ชีวิตก็ไม่เห็นสนุกอะไรเลย” จนหลงลืมประเด็นหลักในการดำรงอยู่ของตัวเอง คุณค่าที่แท้จริงของชีวิตนั้นมาจากการควบคุมความลุ่มหลงกับความขัดแย้งที่วุ่นวายอยู่ภายใน แล้วค่อยๆ รังสรรค์ชีวิตขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย ไม่ใช่เอาแต่คิดว่าพวกเราประกอบขึ้นมาจากอะไรเท่านั้น

สิ่ง “เลวร้าย” ภายในตัวเราไม่ใช่สิ่งที่เราต้องปฏิเสธ แต่เป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับและหาทางควบคุมให้ได้ เหมือนวาทยากรแห่งคณะนักร้องประสานเสียงให้ตัวเราที่มีหลายตัวตนประสานเป็นหนึ่งเดียว โดยไม่จำเป็นต้องกำจัดทุกตัวตนแล้วเหลือแค่หนึ่งเดียว

รู้ไหม ครูที่สอนนักเต้นคือใคร ครูที่ดีที่สุดในโลกของพวกเขาคือ กระจก เพื่อให้ตัวเองเป็นคนที่ดีที่สุด พร้อมเติบโตขึ้นผ่านกระบวนการที่ยาวไกลของชีวิต คนที่จะบัญชาการ “ตัวเรา” ได้ก็คือ “ตัวเราที่เฝ้ามองตัวเรา” เราจึงต้องฝึกเผชิญหน้ากับตัวเองในทุกเหตุการณ์ของชีวิต ส่องกระจกเพื่อจับตาดูท่วงท่าที่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไป ชีวิตคือการแสดงที่มีผู้ชมเพียงคนเดียว คือตัวเราเอง.

Bhatara Progress Solutions Summit 18 จะมีขึ้นในวันที่ 22 – 23 กันยายน @ Regent Hotel & Resort ชะอำ ค่ะ ลูกค้า ภัทร โปรเกรส สามารถ register มาได้ตาม link ด้านล่างนี้ เรียนเชิญนะคะ.

ลงทะเบียน

ส่วน link ต่อจากนี้คือ บริการดีๆ ฟรีๆ trainingonline ให้เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อลูกค้าของ ภัทร โปรเกรส จะได้ “เก็บเกี่ยว” ผลประโยชน์จาก Office365, Azure ให้ได้มากที่สุด register ได้เลยค่ะ แต่หากไม่ใช่ลูกค้าก็ไม่มีสิทธิ์นะคะ

ลงทะเบียน

 

ด้วยรักและหวังดี ขอทุกคนมีความสุข ปราศจากทุกข์

จันทร์ทิพย์ องค์ภัทร

Director

Bhatara Progress Co.,Ltd.

Complete Your Art of Doing Business

0 2732 2090, 087 9745888

FB/Bhataraprogress

Greeting from Bhatara Progress Co.,Ltd. - อัศจรรย์วันที่สมองประทับใจ

สวัสดีค่ะ วันอาสาฬฯ วันเข้าพรรษา จะไปทำบุญที่วัดไหนค่ะ (เอา greeting ฉบับก่อนมาฝึกใช้)

ว้าว เดือน 7 แล้ว, เดือน 7 แล้วซิน่ะ, เดือน 7 007 ภาคใหม่จะมีข่าวอะไรไหม, ..... จะรู้สึกถึงเดือน 7 ในอารมณ์ แบบไหน ....

ถ้ารู้สึกถึงเดือน 7 ในแบบช่างน่าประทับใจอะไรเบอร์นี้ วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา ไปตักบาตรตอนเช้า เรียน SQL stand-by support ลุ้นไปกับลูกค้าที่จะ Go-Live เวียนเทียนใต้แสงจันทร์ พบกับอนงค์นางที่อยู่ห่างไม่เกินใจ กินปลาหมึกปิ้งน้ำจิ้มแซ่บหลาย แบ็คแฮมมาเดินเตร่ที่กรุงเทพ .... ความประทับใจเหล่านี้ก่อให้เกิด “อัศจรรย์วันที่สมองประทับใจ”เขียนโดย Mr. Kenichiro Mogi แปลโดย ดร บัณฑิต โรจน์อารยานนท์ สนพ สสท หนังสือเล่มนี้บอกว่า ความประทับใจของเราเป็นแรงกระตุ้นในการพัฒนาสมอง ทำให้สมองตื่นตัว ทำให้เราเป็นคนมีกำลังสมองแก่กล้า กำลังกายแข็งแกร่ง กำลังใจเข้มแข็ง ฉลาดได้อีก

“ความรู้สึกประทับใจเป็นกลไกกระตุ้นการเรียนรู้ที่สุดยอดอย่างหนึ่งที่พระเจ้าประทานให้แก่มนุษย์ มนุษย์ทุกคนสามารถเกิดความรู้สึกประทับใจได้ทั้งนั้น จึงไม่ใช่เรื่องนิสัยของแต่ละคน”

สมองจะพัฒนาแค่ไหนขึ้นอยู่กับการใช้สมอง ยีนส่งผลแค่ 50% ที่เหลืออยู่ที่สภาพแวดล้อมในการเลี้ยงดู การใช้ชีวิตอย่างมุ่งมั่น และมองโลกในแง่บวก สมองก็จะทำงานได้ดี เพราะสมองทำงานไปตามธรรมชาติตลอดเวลาที่เรียกว่า Open ended คือ พัฒนาต่อเนื่องไม่มีวันหยุด ดังนั้น ความเชื่อที่ว่าอายุมากขึ้น สมองทำงานไม่ดีเท่าตอนที่อายุยังน้อยจึงผิด

ผลงานชิ้นเอกของเกอเธ่ ชาวเยอรมัน เรื่อง Faust ได้แสดงทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงจากน้ำ และ จากไฟ จากน้ำเช่น การเกิดพื้นราบชายฝั่ง ที่ต้องใช้เวลายาวนานในการพัดพาเอาดินและทรายมาทับถม เกิดอย่างช้าๆ ค่อยๆ สั่งสม ในขณะที่การเกิดจากไฟ เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ รวดเร็ว รุนแรง เช่นเดียวกันกับการเปลี่ยนแปลงของสมอง สมองเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ ทุกวันแม้จะไม่มีแรงกระตุ้นพิเศษ และสมองจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเกิด “ความประทับใจ” เช่น ไอน์สไตน์ ประทับใจมากๆ กับเข็มทิศที่คุณพ่อเขาซื้อให้เมื่อเขาอายุ 5 ขวบ ซึ่งกระตุ้นให้เขาคิดเรื่องเวลาและอวกาศ

ไอน์สไตน์กล่าวว่า “คนที่อยู่โดยไม่มีความรู้สึกตื่นเต้นประทับใจ ก็เหมือนกับไม่มีชีวิตอยู่”

ตอนที่เราเด็กๆ เราจะประทับใจในสิ่งต่างๆ ได้ง่ายเพราะสิ่งที่เห็นส่วนใหญ่เป็นประสบการณ์ครั้งแรก สมองจึงบันทึกได้มาก ยิ่งบันทึกได้มากสมองก็จะยิ่งสร้างระบบจัดการข่าวสารได้ดียิ่งขึ้น เมื่อเรามีความประทับใจกับสิ่งรอบๆ ตัวทุกวันก็จะยิ่งกระตุ้นสมองให้คิด ให้ตื่นตัวพัฒนาต่อเนื่อง นำสู่ความคิดสร้างสรรค์ นำสู่วิธีการหาคำตอบของปัญหาได้อย่างดีเยี่ยมอย่างน่าอัศจรรย์

การสร้างความอัศจรรย์ในวันที่สมองประทับใจ คุณทำได้ง่ายๆ แค่ลดความคิด ความรู้สึก “ไม่เห็นจะตื่นเต้น” “ไม่มีอะไรใหม่” “เฉยๆ” “เคยเห็นแล้ว” ต่อไปนี้ลองเปลี่ยนให้รู้สึก Wow!  รู้สึกเหมือนตอนเราเด็กๆ หรือเหมือนเมื่อเราเริ่มทำงานวันแรก เดือนแรก เพื่อที่เราจะได้รู้สึกตื่นเต้นกับทุกก้าวของชีวิต ทุกๆ วันของเราก็จะสดชื่น มีพลัง มีความอัศจรรย์เกิดขึ้น

คุณลองทบทวนดูสามวันที่ผ่านมา มีอะไรช่างน่าประทับใจ แล้วแชร์มาให้เพื่อนๆ ได้ WoW กันนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

วันที่ 7 นี้จะมี TechnologyUpdate - Office365 & Azure เน้นที่ Right Management & Information ProtectionLive ที่ FB/Bhataraprogress ติดตามกันค่ะ @ 08.15 – 08.45 ความรู้ที่เรามา update เราจะเน้นไปที่การเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ทันที และเห็นแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์ทางด้าน Cybercrime.

ขอให้ทุกคนปราศจากทุกข์ มีความสุขเสมอเถิด

จันทร์ทิพย์ องค์ภัทร

CMO

Bhatara Progress Co.,Ltd.

Complete Your Art of Doing Business

+662 732 2090, +668 7974 5888

Greeting from Bhatara Progress - คุยกันเล่นๆ เล่นๆ

สวัสดีค่ะ ยิ้มหน่อยซีค่ะ ยิ้มสักนิดค่ะ ยิ้มแล้วก็หัวเราะค่ะ


โลกสวยด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความคิดขำๆ ตลกๆ และแง่มุมดีงามของความคิดของทุกคนค่ะ หัวเราะหนึ่งในวิธีการที่ทำให้จิตวิญญาณคุณสดชื่นผ่องใส
“ชีวิตดีขึ้นทันตาเห็น แค่หยิบเรื่องมาคุยเล่นเพียง 30 วินาที” เขียนโดย คุณไซโต้ ทะคะชิ แปลโดย ทินภาส พาหะนิชย์ สนพ We Learn – ตอนแรกมองเมินหนังสือเล่มนี้ ที่คุยๆ อยู่นี่ก็เล่นมากกว่าสาระอยู่แล้ว ไม่มีใครเครียดจนคุยเล่นไม่เป็นหรอก แต่ชั่ววิบวับก็นึกถึงตัวเราเอง และหลายๆ คนในบางเวลา ก็หยิบลองอ่านดู หนังสือเบาๆ แต่เนื้อหาไม่เบาจริงๆ ใช่เลยแหล่ะ!
เป็นไหมค่ะ เจอหน้าเพื่อนร่วมงาน ไปสังสรรค์ไม่รู้จะชวนคุยเรื่องอะไร เจอกันในลิฟท์ โอ้ยอึดอัดได้แค่พยักหน้าแล้วรีบจ้องโทรศัพท์เสมือนหนึ่งมีเรื่องรีบด่วนมากมาย ไปงานสัมมนาก็เดียวดายไหงคนอื่นทักทายกัน....
งั้นเรามาทำวันนี้ให้เบาๆ สบายๆ มีรอยยิ้ม ด้วยการคุยเล่น 30 วินาที ที่ช่วยให้เราเอง คนที่เราเจอะเจอ คนในครอบครัว สนุกสนาน เข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น
ก่อนอื่นควรจะ reframing (จำได้ใช่ไหมค่ะ การเปลี่ยนมุมมองต่อเรื่องนั้นๆ) การคุยเล่นไม่มีเนื้อหาสาระแต่เป็นสิ่งที่มีความหมาย ไม่ใช่แค่การสนทนา แต่เป็นการสื่อสาร ความสัมพันธ์ที่ดีไม่ได้ใช้เทคนิคการพูด แต่เป็นทักษะการคุยเล่นซึ่งช่วยลดระยะห่างและรักษาบรรยากาศในการพูดคุยได้
การคุยเล่นทำหน้าที่ “ปูทาง” สร้างบรรยากาศดีๆ เพื่อให้คนที่อยู่ในวงสนทนารู้สึกดี ผ่อนคลาย การคุยเล่น เริ่มจากการทักทายที่มาพร้อมกับลูกเล่น ใช้เวลาไม่เกิน 5 วินาที “สวัสดีค่ะ กระเป๋าหลายใบช่วยถือไหมค่ะ” “สวัสดีครับ ไปออกกำลังกายมาเหรอครับ”
การคุยเล่นไม่จำเป็นต้องมีข้อสรุป เป็นการสนทนาหลากหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน ไม่สอดคล้องกัน มักจะมีคำถามติดตลกว่า เราเริ่มคุยเรื่องอะไรกัน เรามาถึงจุดๆ นี้ (เรื่องนี้) ได้อย่างไร นี่คือการบรรลุเป้าการคุยเล่น เพราะ มันทำให้การสนทนาเดินหน้าต่อได้ด้วยความครื้นเครง ถอดตัวตนของแต่ละคนออกได้ การคุยเล่นคือการคุยเล่นไม่มีข้อสรุป จึงไม่มีการโต้เถียง แต่ต้องตัดจบให้ได้ด้วยความรู้สึกดีๆ ตอนจากกัน “แล้วเจอกันอีกน่ะ” “ขอตัวก่อนน่ะ ไว้คุยกันต่อ”
เทคนิคการคุยเล่น ที่ช่วยสร้างบรรยากาศดอกไม้บานในใจเรา
• พูดชมสิ่งที่เรามองเห็นของอีกฝ่าย แสดงให้เห็นถึงความพยายามสร้างบรรยากาศ และ เข้าถึงใจของคู่สนทนา หลายคนคิดว่าอยากชม แต่ไม่อยากโกหก ผู้เขียนยกเคส ชมเนกไท ที่คุณคิดว่าเนกไทของเพื่อนคุณดู แปลกๆ ซึ่งจริงๆ ไม่มีใครสนใจเรื่องเนกไท แต่คำชมของคุณสร้างความประทับใจทันที เช่น “ลายแปลกดีน่ะ” “ดูมีเอกลักษณ์” “ดูนำสมัย” ซึ่งเพื่อนคุณก็อาจจะพูดกลับมาว่า “ไม่น่ะ อันที่จริง.......” ที่แสดงให้เห็นว่าการสนทนาฉันเพื่อนได้เริ่มขึ้นแล้ว
• สูตรสำเร็จที่ลงตัวที่สุดของการคุยเล่น คือ คู่สนทนา 80 ตัวเรา 20 อัตราส่วนนี้ควรปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ผลัดกันรับส่งลูก ยิงประตู เพื่อให้เกมส์สนุกสนาน น่าติดตาม
• ใช้ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ มาช่วยคุยเล่น
• คิดอะไรไม่ออก ยื่นลูกอมก่อนเลย ควรมีตัวช่วยนี้ไว้ติดตัวเสมอ สำหรับมือใหม่หัดคุยเล่น
• เปลี่ยนคำนินทาให้เป็นเรื่องตลก หรือเรื่องบันเทิง – เมื่อการพูดคุยเริ่มเข้าสู่การนินทา สิ่งที่เราควรทำคือ เปลี่ยนให้มันกลายเป็นเรื่องชวนหัวเราะ เช่น “นายนี่เอาตัวรอดยันเตเลย ไม่ต้องมีก็ได้มั้งอย่างนี้” >> “เห็นอยู่ว่าห้อยพระรอดตาใส” การเอาเรื่องน่าหงุดหงิดมาคุยเล่นแบบขำขำย่อมดีต่อสุขภาพจิตมากกว่า แต่ถ้าการนินทาคือความสุขที่ไขว่หา ก็ให้นินทาดารา หรือคนดัง น่าจะเลี่ยงเรื่องกระทบกระทั่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้มากกว่า
ที่สำคัญที่พวกเราควรจะฝึกฝนคือ ประชุมให้เหมือนกำลังสังสรรค์ สังสรรค์ให้เหมือนกำลังประชุม – แข่งกันออกความคิดเห็นเรื่องอะไรก็ได้ ไอเดียอาจจะออกแนวตลก ใช้การไม่ได้ แต่ก็ครื้นเครง ขำขัน ซึ่งทำให้ทุกคนครึกครื้น คึกคัก แล้วค่อยคุยกันอย่างจริงจังท่ามกลางบรรยากาศอันผ่อนคลายเหมือนอยู่ในร้านเหล้า
อ่านจบเพิ่งรู้ตัว .... ต้องฝึกฝนซ่ะแล้ว

คิดถึงค่ะ อยากไปพบ ไปเจอทุกๆ คนนะคะ ใครสะดวกวันเวลาไหนแจ้งมาได้เลยค่ะ.

รักร้อยพันใจกัน
จันทร์ทิพย์ องค์ภัทร
CMO
Bhatara Progress Co.,Ltd.
0 2732 2090, 087 974 5888

Greeting from Bhatara Progress - ฝังความดีงามในจิตวิญญาณ

สวัสดีค่ะ

กำลังฟังเพลง Love is in the air (โยกไปตามเพลง) ฉันยลยินความรักจากสรรพสิ่งรอบตัว แมกไม้ คลื่นทะเล แสงแดด กระซิบรัก ฉันอาจจะโง่ อาจจะฉลาด สิ่งต่างๆ นั้นอาจจะเป็นภาพลวงตา แต่ฉันเชื่ออย่างมั่นคงว่า คือ รัก ....

…..ฉันเห็นความรักจากเพื่อนๆ คนรอบข้าง ลูกค้าคู่ค้าที่มอบให้ฉัน และ ภัทร โปรเกรส ฉันซาบซึ้งต่อความรักนั้น ฉันจะดูแลความรักนั้นให้สดใส มีพลังตลอดไป

ขอบพระคุณทุกการสนับสนุนจากทุกๆ คน ทั้งจากทีมงานภัทร โปรเกรส ลูกค้า คู่ค้าทุกท่าน ที่ทำให้ปี 2017 ภัทร โปรเกรส ขึ้นรับรางวัลสูงสุด Diamond Partner -LS Retail ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ

ทุกวันเราทุกคนต่างมีความคิดดีๆ ผุดพรายในสมองของเรา ขอเราทั้งหลายได้ฝังความคิดเหล่านั้นไว้ในจิตวิญญาณของเรา Spiritual Linguistic Program(SLP)ที่จะนำพาชีวิตเราสู่สิ่งที่เป็นมงคล

วิธีการ SLP เช่น การปฏิบัติตามมงคลชีวิต 38 ประการ ประการแรก คือคบหากับคนที่ทำ คิด พูด แต่สิ่งที่ดีและถูกต้อง ซึ่งทำให้เราได้เห็น ได้ปลูกฝังความคิด คำพูด การกระทำที่ดีจากบุคคลเหล่านี้โดยอัตโนมัติ  ประการสอง บูชาคนที่ควรบูชา คือ สอนให้เรารู้ว่าคนดีเป็นแบบนี้ ควรเคารพ ยึดเป็นแบบอย่าง ซึ่งจะทำให้เราสำเร็จ

นอกจากนี้ควรจะต้องเน้นให้ตัวเรามีเบญจธรรมคือแทนความคิดแบบ “ห้าม” (เบญจศีล) ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามพูดจาส่อเสียด เป็น มีเมตตาต่อสัตว์ มีความรักให้แก่สรรพสิ่ง พูดจาดีมีสัมมาคารวะ พูดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น

การฝึก SLP ต้องฝึกซ้ำๆๆๆๆๆ จนสติทำงาน แล้วปัญญาก็จะเกิด เรามาเริ่มต้นกันนะคะ

  •         ฝึกแบบเส้าหลิน แบบคุมอง ทำซ้ำๆ ค่อยๆ ขยับไปทีละบทเรียน สอดแทรกธรรมะลงไปทีละนิด เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ
  •         “Action Learning” หรือ “Learning by Doing” ทำๆ ไปก่อน ค้นพบวิชาการภายหลัง มี Facilitator (กระบวนกร) ออกแบบกระบวนการ และกิจกรรมให้เรียนรู้
  •         “PBL” เอาโครงงาน (Project) เป็นตัวตั้ง จากนั้นออกแบบวิธีเรียน เริ่มฝึกกระบวนการแก้ปัญหา ทำงานไปด้วย เรียนรู้ไปด้วย
  •         “Team Learning” เรียนรู้เป็นกลุ่ม ทำงานร่วมกัน แลกเปลี่ยน เรียนรู้ มีหัวหน้าทีม และกระบวนกร ดูแล
  •         แบบทหารเข้าค่ายฝึกเน้นวินัย

การทำซ้ำๆ เป็นการฝึกฐานกาย ซึ่งเมื่อถึงระดับหนึ่งก็จะได้ฐานใจไปเอง (ดังนั้นคนที่นั่งสมาธิแล้วจิตใจยังไม่สงบ ก็ลองหันมาฝึกจากฐานกายก่อน) หากเราฝึก SLP อย่างต่อเนื่องสิ่งที่เราจะได้นอกจากได้กับตัวเราแล้ว ก็ยังจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติของเราให้มีความหวังที่ดีงามยิ่งขึ้น

เรียนรู้แบบเก่า (วิทยาศาสตร์แบบเก่า)

เรียนรู้แบบใหม่ (วิทยาศาสตร์แบบใหม่)

 

แข่งขัน

แข่งขันกันไปทำไมในเมื่อทั้งหมดคือทีมเดียวกัน

ยกย่องคนเก่งที่สุด

ทุกคนในห้องเกื้อกูลกัน ตอบไม่ได้ว่าใครเก่งกว่าใคร

ตัดเกรด

ทุกคนช่วยทุกคนให้สอบผ่าน เติบโตไปด้วยกัน

บ้าผลลัพธ์และคำตอบ

เน้นเรื่องกระบวนการที่ดี ย่อมก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีแน่นอน

บ้าเป้าหมาย

เน้นพัฒนาคนที่มีนิสัยชอบลงมือทำ จนเป้าหมายนั้นๆ สำเร็จได้

ใช้ความรู้มือสองผ่านตำรา บรรยาย ทดสอบ ความจำ

เน้นความรู้มือหนึ่ง อย่าเพิ่งเชื่อ อย่าเพิ่งวิจารณ์ แต่จงลองทำดู ตราบใดที่ยังเป็นกุศล เป็นประโยชน์ และไม่มีโทษ

ผลงานออกมาค่อนข้างเห็นแก่ตัว และเอาตัวเองเป็นสำคัญ

เน้นทีม เน้นความเป็นหนึ่ง (oneness) และเน้นเมตตาธรรม

 

ภัทร โปรเกรส มุ่งมาดปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เราตั้งใจปรับปรุงแก้ไขทุกจุดบกพร่องของเรา เราทุ่มเทเรียนรู้ ทำงาน เพื่อให้ตัวเรา งานของเรา solution & implementation เป็นจุดแข็งของลูกค้าเรา เป้าหมายนี้จะมั่นคงและเจิดจ้าในความคิด ในการกระทำของพวกเรา ภัทร โปรเกรส ตลอดไป เราจะตอกย้ำซ้ำๆๆๆๆๆ และจะทำๆๆๆๆๆๆๆ ทุกๆ วัน ให้ฝังในจิตวิญญาณของเรา Spiritual Linguistic Program (SLP). 
CR: “รู้ Zen ผ่าน Science” โดย ดร วีรภัทร์ ภู่เจริญ สนพ อมรินทร์ 

ด้วยรักและปรารถนาดี

 

จันทร์ทิพย์ องค์ภัทร

CMO

บริษัท ภัทร โปรเกรส จำกัด

Complete Your Art of Doing Business

+6627322090, 087 9745888

Greeting from Bhatara Progress -- ระยะห่างระหว่างอนาคต กับ คุณ II

สวัสดีค่ะ และฝากกราบคนเฒ่าคนแก่ที่เคารพของทุกๆ ท่านด้วยนะคะ ขอพระรัตนตรัยดลบันดาลให้ทุกท่านมีความสุข รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ
สงกรานต์เวียนมาให้เราเบิกบาน สนุกสนานเล่นน้ำซาบซ่า เมษาฮาวายฮูลาฮูล่า พี่ป้าน้าอาเพื่อนพ้องน้องพี่มาสาดน้ำกัน.

มาอ่านภาค 2 ต่อกันเลยนะคะ ยาวไปสักนิดค่ะ แต่มีประโยชน์แน่นอน ตั้งใจเอามาให้อ่านกัน
Cr: “The Industries of the Future” Alec Ross, เรียบเรียงโดย Walter Isaacson (สนพ Simon & Schuster, หาซื้อได้ที่ Asia Books)
The Code - Ification of Money, Markets, and Trust
“Is there an algorithm for trust? New ways to exchange are forcing a rewrite of the compact between corporation, citizen, and government”
เขาเล่าที่มาของความสำเร็จของบริษัท Square ที่เป็นการร่วมกันของ Jack อดีตผู้ก่อตั้ง Twitter และ เพื่อนชื่อ Jim McKelvey ซึ่งทำงานที่ IBM และมีโรงงานเป่าแก้ว เขาเสียลูกค้าไป $2000 เพราะระบบการขายของเขาไม่สามารถรองรับบัตรเครดิตได้
เมื่อ Jim เล่าให้ Jack ฟัง Jack ก็ตรวจสอบ และวิเคราะห์ จึงได้เจอว่า บัตรเครดิตยังคงใช้เทคโนโลยีที่ล้าหลังมาก เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีด้าน mobile ทั้งสองจึงเริ่มต้นคิดและพัฒนาทางเลือกในการชำระเงิน ในปี 2009 มาในปี 2014 เขาเปิดตัว application ตัวแรก “Square” เพียงแค่ไม่ถึงปี ก็มีคนมาชำระผ่าน Square นี้ถึงพันกว่าล้านเหรียญ เพราะ Square นี้ทำให้ผู้จ่าย และผู้รับเงิน สามารถเลี่ยงค่าธรรมเนียม 2.5% – 3% ได้ ณ ปี 2014 ความโดดเด่นของ Square คือ “… make commerce more fluid (คล่องตัวขึ้น), allowing consumers to complete transactions without being tied to their wallets and freeing merchants from being tied to a traditional cash register and credit card machine. ผู้บริโภคก็จ่ายอย่างอิสระโดยไม่ต้องพกกระเป๋าเงิน และ ผู้ขายก็อิสระจากระบบดั้งเดิมทั้งแบบจ่ายสด หรือ รูดบัตรเครดิต Square แสดงให้เห็นถึงพลังของการกระจาย และการถูกกระจาย ทำให้เกิดการค้าขายขึ้นได้ทันทีด้วย device ที่ทุกคนถืออยู่ “The power of distribution and distributed technologies” “not payment, but commerce”.
ผู้เขียนยังเล่าถึง ประเทศในแถบแอฟริกา ซึ่งไม่มีธนาคาร ดังนั้นประเทศในแถบนี้จึงใช้ระบบ mobile banking กันแพร่หลายและไปได้ดีมาก แม้แต่รวันดา (คงนึกออกนะคะ ประเทศนี้ฆ่ากันเองเกือบหมดประเทศ) แต่ตัวอย่างที่น่าทึ่งมากก็คือ M-Pesa (Mobile-Money) ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในเคนยา ที่เคนยามีทั้งคนเคนยา และคนอพยพมากมาย คนในแต่ละครอบครัวต้องอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย โอกาสที่จะได้อยู่ร่วมกันน้อยมาก เพราะ พวกเขาต้องอยู่ในแคมป์กักกัน และบางคนก็มีสิทธิ์ออกไปหางานทำ ซึ่งอาจจะได้งานที่ไกลมากๆ อีกทั้งความไม่ปกติของภาวะบ้านเมืองต่างๆ เขาไม่สามารถพกพาเงินได้ แม้จะน้อยนิดก็ตาม
Mr. Mo Ibrahim ชาวซูดาน ได้ก่อตั้งบริษัท Celtel ขึ้น เขาสร้าง network และ ลงทุนพัฒนา M-Pesa ที่ช่วยให้คนทั้งเคนยา ซูดาน ใช้โทรศัพท์ในการรับเงินค่าแรง จ่ายเงินซื้อสินค้า และทำธุรกรรมทุกอย่างทางการเงิน คุณจึงไม่ต้องแปลกใจเลย หากคุณเห็นพวกเขาใส่เสื้อผ้าขาดวิ่น ไม่ใส่รองเท้า แต่ใช้โทรศัพท์มือถือ เพราะโทรศัพท์มือถือเปรียบเหมือนธนาคารประจำตัวเขาที่ไปไหนไปด้วย M-Pesa agent มีอยู่ทั่วทุกหนแห่งในภูมิภาพแอฟริกา คุณจะพบเห็นและใช้บริการได้ตามตลาดสด ปั๊มแก๊ส ร้านค้าต่างๆ ด้วยโทรศัพท์ของคุณ ไม่ต้องมีบัตรใดๆ แสดง คุณก็สามารถ update ยอดเงิน ฝากเงิน ถอนเงินได้อย่างปลอดภัย The process is safe, since M-Pesa verifies each transaction and keeps the money in an account at the Commercial Bank of Africa in Nairobi.
The Weaponization of Code
สงครามที่เคยประหัตประหารกันด้วยปืน ระเบิด ขีปนาวุธ จะถูกแทนที่ด้วยการห้ำหั่น ทำลายล้าง ชิงความได้เปรียบด้วย 3 วิธีหลัก คือ “Cyberattacks”: “Cyberattacking Everything”
• Attack on a network’s confidentiality – ขโมยเลขที่บัตรเครดิต password social
• Attack on a network’s availability - ทำให้ระบบล่ม อาจจะด้วยการเอาข้อมูลยิงเข้าไปในระบบ
• Attack on a network integrity – ทำลาย hardware
IoT จะผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ดฤดูฝน ด้วยแรงขับเคลื่อน 4 อย่าง คือ
• การต่อเชื่อม internet กับรถบนถนน 23 ล้าน ในปี 2015 จะพุ่งขึ้นเป็น 152 ล้านในปี 2020
• The advent of wearable technology
• Smart home control from thermostat to security system
• Manufacturing – the IoT Application จะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ด้วยเหตุผลว่าจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินการได้ 2.5% - 5% (operational cost) รวมถึงในส่วนของการบริการสาธารณะ น้ำ ไฟ การกำจัดของเสีย ก็จะสามารถลดปริมาณของเสียได้ถึง 20%
Data: The Raw Material of the Information Age
“Land was the raw material of the agricultural age.
Iron was the raw material of the industrial age.
Data is the raw material of the information age”

บทนี้ก็พูดถึงเรื่องประโยชน์ของการใช้ data ใช้ Geo technology เพื่อขยาย scale ในการทำปศุสัตวร์ของ New Zealand ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน ที่ต้องการเนื้อวัว นม ทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ New Zealand มีประชากรน้อยกว่าจีนถึง 288 เท่า ชาวปศุสัตว์ New Zealand ใช้เทคโนโลยีและ data มากขึ้นในการจัดการ ตั้งแต่การตรวจสอบความหนาแน่นของหญ้าในทุ่งกว้าง แล้วต้อนฝูงวัวไปในบริเวณนั้น การคำนวณปริมาณหญ้า วัว และจำนวนวัน ปริมาณปุ๋ย สารอาหารต่างๆ ที่ต้องใช้ในการจัดการ ทำให้ชาวปศุสัตว์สามารถลดต้นทุนในการเลี้ยง เพิ่มจำนวนวัวในการเลี้ยงได้ภายใต้พื้นที่เท่าเดิม New Zealand ส่งออกเนื้อวัวเพิ่มขึ้นถึง 478% ภายใน 1 ปี

Greeting from Bhatara Progress -- ระยะห่างระหว่าง อนาคต กับ คุณ

สวัสดีค่ะและฝากกราบคนเฒ่าคนแก่ที่เคารพของทุกๆท่านด้วยนะคะขอพระรัตนตรัยดลบันดาลให้ทุกท่านมีความสุขรักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

สงกรานต์เวียนมาให้เราเบิกบานสนุกสนานเล่นน้ำซาบซ่าเมษาฮาวายฮูลาฮูล่าพี่ป้าน้าอาเพื่อนพ้องน้องพี่มาสาดน้ำกัน.

นางสงกรานต์ปีนี้ถือปืนดุ๊ดุพวกเราจะทำอะไรก็ต้องแน่ใจว่าทำแต่สิ่งที่ดีและถูกต้องเท่านั้นเดี๋ยวนางสงกรานต์ท่านจะกริ้วเอาค่ะมีพญานาคให้น้ำ7 ตัวน้ำจึงน่าจะอุดมสมบูรณ์ .... โลกแห่งวิถีธรรมชาติที่ดำรงผูกพันกันมาเนิ่นนานมีค่าต่อจิตใจยิ่งมีอิทธิพลต่อการ “เป็นอยู่คือของพวกเรา”

แต่แล้วการ “เป็นอยู่คือ” ของพวกเราก็ถูกดัดแปลงด้วยเทคโนโลยีมากขึ้นๆมากจนกระทั่งกำหนดลักษณะทางกายภาพตั้งแต่อยู่ในท้องเรียกว่า “สั่งได้” วันหนึ่งความ “เป็นอยู่คือ” ของพวกเราอธิบายด้วยGeneGenomicDYNXzz2

เริ่มต้นด้วยโลกวิถีธรรมชาติแต่จะมาอ่านเรื่องที่absolutely extreme (สิ่งนี้เกิดขึ้นแล้วแบบสุดโต่ง หลายเรื่องไกลเกินคาด) สู่โลกยุคที่4.0 (หรือล้ำไปแล้ว)The Industries of the Future

เนื้อหาโดยAlec Ross, เรียบเรียงโดยWalter Isaacson (สนพSimon & Schuster, หาซื้อได้ที่Asia Books)

Alec Ross เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านนวตกรรมเขาเป็นที่ปรึกษาอาวุโสด้านนวตกรรมให้กับฮิลลารี่คลินตันเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งฯและประธานาธิบดีบารัคโอบามาปัจจุบันเขาทำงานให้กับมหาวิทยาลัยJohns Hopkins และเป็นที่ปรึกษาให้กับนักลงทุนและผู้นำรัฐบาล Walter Isaacson ผู้เรียบเรียงที่มีชื่อเสียงมีผลงานอันลือชื่อเช่นSteve Jobs and the Innovators

“Adapt or perish, now as ever, is nature’s inexorable imperative.”  จะปรับเปลี่ยนหรือจะยอมสูญสิ้นเป็นความจริงที่ดำรงอยู่ตลอดไป– H. F. Wells, A Short History of the World (1922)

Ross เดินทางไปหลายสิบประเทศทั่วโลกระยะทางเทียบเท่าไปกลับดวงจันทร์เขาได้ขยายภาพเทคโนโลยีซึ่งเขาเชื่อว่าจะมีบทบาทสำคัญมากในอนาคตอันใกล้

  •         Next-generation robotics in South Korea
  •         Banking tools ในแอฟริกาดินแดนที่ไม่มีธนาคารตั้งอยู่
  •         Laser technology ที่เพิ่มความสามารถในการผลิตที่นิวซีแลนด์
  •         นักศึกษายูเครนที่สามารถเปลี่ยนภาษามือเป็นคำพูดได้
  •         The entire economy seems to be an e-economy เศรษฐกิจทั้งระบบเป็นelectronic
  •         Computer code being used as both an international currency and a weapon to destroy physical infrastructure halfway around the world. “Code” เป็นทั้งเงินตราต่างประเทศและเป็นอาวุธที่ใช้ทำลายล้างระบบที่เคยมีกันมาเช่นธนาคารเดิมๆห้างสรรพสินค้ารถเท็กซี่
  •         Etc.

The Industries of the Future ชี้ให้เห็นถึงอุตสาหกรรมที่เป็นแรงขับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน20 ปีข้างหน้า(Game Changer)

  •         Robotics
  •         Advanced life sciences
  •         The code-ification of money
  •         Cybersecurity
  •         Big Data

Here come the Robots

“Welcome your new job takers and caregivers. The coming decade will see societies transform as humans learn to live alongside robots.”

“The last trillion-dollar industry was built on a code of 1s and 0s. The next will be built on our own genetic code.”  010101 ตัวเลขมหัศจรรย์เสกเป็นอะไรก็ได้เสกเงินเป็นล้านล้านดอลล์ก็ได้แต่ในอนาคตgenetic code ของพวกเราจะทำหน้าที่นั้นแทน

หลายคนอาจจะไม่เคยรู้เลยว่ามีบริการจับคู่ยีน(genetic) ค่าบริการแพงมหาศาลแต่แค่10 ปีผ่านไปราคาลดไปหลายล้านเท่าในปี2013 ขนาดตลาด $11 Billion – ว้าวตอนนี้ราคาในการวิเคราะห์gene อยู่ที่$1000  ปี2015 รัฐบาลโอบามาสนับสนุนเงิน$215 M. เพื่อศึกษาgene และทำให้“cancer melt” มะเร็งต้องหายไป... อีกการลงทุนคือโครงการวิจัยเพื่อหายาป้องกันการฆ่าตัวตายด้วยการidentify gene …  The very idea that someone would take a pill to prevent suicide works against long-held assumptions about mental illness, but this is the future made possible by Genomics.

ตัวอย่างของจริงนวตกรรมสำหรับทุกคน– ที่แอฟริกาใต้ประเทศMalawiประเทศที่ยากจนที่สุดมีนวตกรรมที่ชื่อว่าMedic Mobile ซึ่งเกิดจากหนุ่มอเมริกันMr. Josh Nesbit เขาเป็นกูรูด้านโทรศัพท์มือถือเขาเคยเรียนที่Stanford แต่ไม่จบและไปทำงานในโรงพยาบาลSt. Gabriel ที่อยู่ในชนบทของประเทศMalawi เขาเห็นความทุกข์ยากของคนที่ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้เขาได้ค้นคิดวิธีการที่จะให้คนไข้สามารถตอบคำถามทางการแพทย์และการติดตามว่าคนไข้ดีขึ้นไหมจากการกินยาหรือรักษาตามใบสั่งด้วยวิธีการเช่นนี้ทำให้โรงพยาบาบประหยัดเวลาได้ถึง2000 ชั่วโมงและยังสามารถทำโปรแกรมรักษาคนไข้โรคปอดได้ถึง2 เท่าถึงวันนี้Mr. Josh ยังคงค้นคิดวิจัยนวตกรรมอย่างต่อเนื่องด้วยเป้าหมายสูงสุดคือ“there will be vaccines for malaria, cholera, and other deadly diseases, and mobile technologies will play a critical role in contributing them to everyone.”

ที่เคนยาบริษัทShimba Technologyies ได้พัฒนาapplication MedAfrica ที่ช่วยให้คนสามารถใช้โทรศัพท์มือถือตรวจสอบอาการแล้วก็จะได้ข้อมูลเบื้องต้นในการรักษาได้ข้อมูลการติดต่อแพทย์และสถานที่ตั้งโรงพยาบาลรวมถึงการเตือนภัยเกี่ยวกับอาการหรือโรคนั้นๆ

ใน20 ปีต่อไปบริษัทที่ทำธุรกิจวิทยาการชีวิตจะสามารถให้บริการที่ดีกว่าและขยับขยายการดูแลรักษาได้ไปทั่วทุกมุมโลกหากสามารถใช้ความสามารถของโทรศัพท์มือถือได้สูงสุด....................

เดือนนี้วันหยุดเยอะแต่Greeting จะมาเจอกับคุณๆ2 ครั้งนะคะจะได้อ่านสรุปหนังสือเล่มนี้ให้จบเดือนนี้ที่สรุปมานี่ก็แบบสั้นที่สุดนะคะประมาณ 8 p. เอง ตัดออกจาก 15 p.

ฝากภัทรโปรเกรสให้ทุกท่านช่วยสนับสนุนด้วยนะคะเราจะมุ่งมั่นพัฒนาความสามารถศักยภาพของทีมคุณภาพของงานบริการและแชร์ประสบการณ์ความรู้เพื่อที่จะได้ช่วยกันสร้างสังคมไทยที่มีอนาคตและมีคุณภาพ.

#คนไทยรู้หน้าที่#คนไทยใส่ใจเศรษฐกิจ4.0

สุขสันต์วันสงกรานต์วันปีใหม่ไทย

 

จันทร์ทิพย์ องค์ภัทร

Director

Bhatara Progress Co.,Ltd.

CompleteYour Art of Doing Business

0 2732 2090 087 974 5888

FB/Bhataraprogress, @Bhataraprogress